พันธุ์ข้าว

พันธุ์ข้าว
ชนิดของพันธุ์ข้าว
<นิเวศการปลูก>
<การตอบสนองต่อช่วงแสง>
<ธัญพืชเมืองหนาว>
<ข้าวเฉพาะถิ่น>
<ข้าวที่สูง>
พันธุ์ข้าว
พันธุ์ข้าวเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอันดับแรกในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต ถ้าหากว่ามีพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ ทั้งข้าวคุณภาพดี ข้าวคุณภาพปานกลาง ข้าวคุณภาพต่ำ และข้าวคุณภาพพิเศษ ที่ตรงกับความต้องการของตลาดและเพื่อทำผลิตภัณฑ์มีความต้านทานต่อโรคแมลง และมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่นแล้วจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวหรือเป็นการลดต้นทุนการผลิตข้าวได้เป็นอย่างดี
จากอดีต ถึงปัจจุบัน สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ได้ดำเนินงานปรับปรุงพันธุ์ข้าวมาอย่างต่อเนื่องจนได้ข้าวพันธุ์รับรอง พันธุ์แนะนำ และพันธุ์ทั่วไป ให้เกษตรกรปลูกในระบบนิเวศต่างๆ ซึ่งมีทั้งพันธุ์ข้าวนาสวน ข้าวไร่ ข้าวขึ้นน้ำ ข้าวน้ำลึก ธัญพืชเมืองหนาว และข้าวญี่ปุ่น จำนวน 93 พันธุ์ ดังนี้
ข้าวนาสวน
พันธุ์ไวต่อช่วงแสง จำนวน 35 พันธุ์
ข้าวนาสวน
พันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง จำนวน 29 พันธุ์
ข้าวขึ้นน้ำ
พันธุ์ไวต่อช่วงแสง จำนวน 5 พันธุ์
ข้าวน้ำลึก
พันธุ์่ไวต่อช่วงแสง จำนวน 5 พันธุ์
ข้าวน้ำลึก
พันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์
ข้าวไร่
พันธุ์ไวต่อช่วงแสง จำนวน 7 พันธุ์
ข้าวไร่
พันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์
ข้าวแดงหอม
พันธุ์ไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์
ข้าวแดงหอม
พันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์
ข้าวญี่ปุ่น
จำนวน 2 พันธุ์
ข้าวสาลี
จำนวน 4 พันธุ์
ข้าวบาร์เลย์
จำนวน 2 พันธุ์
พันธุ์ข้าวนาสวนไวต่อช่วงแสง
- กข5 - เฉี้ยงพัทลุง - เหมยนอง 62 เอ็ม
- กข6 - ชุมแพ 60 - เหนียวสันป่าตอง
- กข8 - นางพญา 132 - เหนียวอุบล 1
- กข12 (หนองคาย 80) - นางมล เอส-4 - เหนียวอุบล 2
- กข13 - น้ำสะกุย 19 - เหลืองประทิว 123
- กข15 - เผือกน้ำ 43 - เหลืองใหญ่ 148
- กข16 - ปทุมธานี 60 - เข็มทองพัทลุง
- กข27 - พวงไร่ 2 - ข้าวหลวงสันป่าตอง
- กข35 (รังสิต 80) - พัทลุง 60 - แก่นจันทร์
- กำผาย 15 - พิษณุโลก 3 - เจ๊กเชย 1
- เก้ารวง 88 - พิษณุโลก 60-1 - ขาวกอเดียว 35
- ขาวดอกมะลิ 105 - พิษณุโลก 80 - ช่อลุง 97
- ขาวตาแห้ง 17 - ลูกแดงปัตตานี - ไข่มดริ้น 3
- ขาวปากหม้อ 148 - เล็บนกปัตตานี  
- ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 - หางยี 71  
พันธุ์ข้าวนาสวนไม่ไวต่อช่วงแสง
- กข1 - กข31 (ปทุมธานี 80) - พัทลุง
- กข2 - กข33 (หอมอุบล 80) - พิษณุโลก 2
- กข3 - กข37 - พิษณุโลก 60-2
- กข4 - กข39 - แพร่ 1
- กข7 - กข41 - สกลนคร
- กข9 - กข43 - สันป่าตอง 1
- กข10 - กข47 - สุพรรณบุรี 1
- กข11 - ข้าวเจ้าหอมคลองหลวง 1 - สุพรรณบุรี 2
- กข14 - ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี - สุพรรณบุรี 3
- กข21 - ชัยนาท 1 - สุพรรณบุรี 60
- กข23 - ชัยนาท 2 - สุพรรณบุรี 90
- กข25 - ปทุมธานี 1 - สุรินทร์ 1
- กข29 (ชัยนาท 80) - บางแตน
พันธุ์ข้าวขึ้นน้ำไวต่อช่วงแสง
- ตะเภาแก้ว 161 - ปิ่นแก้ว 56 - เล็บมือนาง 111
- นางฉลอง - พลายงามปราจีนบุรี
พันธุ์ข้าวน้ำลึกไวต่อช่วงแสง
- กข19 - หันตรา 60 - ปราจีนบุรี 2
- กข45 - ปราจีนบุรี 1 - อยุธยา 1
พันธุ์ข้าวน้ำลึกไม่ไวต่อช่วงแสง
- กข17
พันธุ์ข้าวไร่ไวต่อช่วงแสง
- กู้เมืองหลวง - ซิวแม่จัน - เจ้าลีซอสันป่าตอง
- ขาวโป่งไคร้ - ดอกพะยอม - เจ้าขาวเชียงใหม่่
- เจ้าฮ่อ - น้ำรู - เหนียวดำช่อไม้ไผ่ 4
พันธุ์ข้าวไร่ไม่ไวต่อช่วงแสง
- อาร์ 258
พันธุ์ข้าวแดงไม่ไวต่อช่วงแสง
- ข้าวหอมกุหลาบแดง
พันธุ์ข้าวแดงไวต่อช่วงแสง
- ข้าวหอมแดง - สังข์หยดพัทลุง
พันธุ์ข้าวญี่ปุ่น
- กวก. 1 - กวก. 2
พันธุ์ข้าวลูกผสม
- ซีพี 304 - กขผ1  
พันธุ์ข้าวบาร์เลย์
- สะเมิง 1 - สะเมิง 2
พันธุ์ข้าวเหล่านี้มีทั้งชนิดข้าวเจ้าและข้าวเหนียว มีทั้งพันธุ์ที่ปลูกเฉพาะนาปีและปลูุกได้ตลอดปี และมีบางพันธุ์เป็นข้าวหอม พันธุ์ข้าวส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ที่ให้ีผลผลิตสูง มีความต้านทานต่อโรคและแมลงที่สำคัญ มีคุณภาพการหุงต้มตามความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นปัญหาสำคัญ อย่างไรก็ตามงานปรับปรุงพันธุ์ข้าวยังคงต้องดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะพันธุ์ที่ออกแนะนำแล้วปัจจุบันบางพันธุ์เกษตรกรอาจจะยังคงนิยมปลูกอยู่ แต่บางพันธุ์เกษตรกรอาจเลิกปลูก เนื่องจากมีข้อด้อยบางประการ การนำเอาพันธุ์ข้าวเหล่านั้นไปใช้ของเกษตรกรจึงเป็นไปในลักษณะของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะที่ออกพันธุ์ข้าวนั้นเท่านั้น รวมทั้งบางพันธุ์เมื่อแนะนำให้ปลูกไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วอาจไม่มีความเหมาะสมในระยะเวลาต่อมา เนื่องจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง หรือโรค แมลงศัตรูข้าวมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งต้องหาพันธุ์ที่มีคุณภาพดีตามความต้องการของตลาดโลก และมีศักยภาพในการแข่งขันกับตลาดโลกได้ จึงต้องดำเนินงานปรับปรุงพันธุ์โดยไม่มีที่สิ้นสุด
กลับด้านบน
ชนิดของพันธุ์ข้าว
1 แบ่งตามนิเวศการปลูก
ข้าวนาสวน
ข้าวที่ปลูกในนาที่มีน้ำขังหรือกักเก็บน้ำได้ระดับน้ำลึกไม่เกิน 50 เซนติเมตร ข้าวนาสวนมีปลูกทุกภาคของประเทศไทย แบ่งออกเป็น ข้าวนาสวนนาน้ำฝน และข้าวนาสวนนาชลประทาน
ข้าวนาสวนนาน้ำฝน ข้าวที่ปลูกในฤดูนาปี และอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ การกระจายตัวของฝน ประเทศไทยมีเนื้อที่ปลูกข้าวนาน้ำฝนประมาณ 70% ของเนื้อที่ปลูกข้าวทั้งหมด
ข้าวนาสวนนาชลประทาน ข้าวที่ปลูกในที่สามารถควบคุมระดับน้ำได้ โดยอาศัยน้ำจากการชลประทาน ปลูกได้ตลอดทั้งปี ประเทศไทศไทยมีเนื้อที่ปลูกข้าวนาชลประทาน 24% ของเนื้อที่ปลูกข้าวทั้งหมด และพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคกลาง
ข้าวขึ้นน้ำ
ข้าวที่ปลูกในนาที่มีน้ำท่วมขัง มีระดับน้ำลึกตั้งแต่ 1-5 เมตร เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน ลักษณะพิเศษของข้าวขึ้นน้ำคือ มีความสามารถในการยืดปล้อง (Internode Elongation Ability) การแตกแขนงและรากที่ข้อเหนือผิวดิน (Upper Nodal Tillering and Rooting Ability) และการชูรวง (Kneeing Ability)
ข้าวน้ำลึก
ข้าวที่ปลูกในพื้นที่น้ำลึก ระดับน้ำในนามากกว่า 50 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 100 เซนติเมตร
ข้าวไร่
ข้าวที่ปลูกในที่ดอนหรือในสภาพไร่ บริเวณไหล่เขาหรือพื้นที่ซึ่งไม่มีน้ำขัง ไม่มีการทำคันนาเพื่อกักเก็บน้ำ
ข้าวนาที่สูง
ข้าวที่ปลูกในนาที่มีน้ำขังบนที่สูงตั้งแต่ 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พันธุ์ข้าวนาที่สูงต้องมีความสามารถทนทานอากาศหนาวเย็นได้ดี
กลับด้านบน
2 แบ่งตามการตอบสนองต่อช่วงแสง
ข้าวไวต่อช่วงแสง
เป็นข้าวที่ออกดอกเฉพาะเมื่อช่วงเวลากลางวันสั้นกว่า 12 ชั่วโมง โดยพบว่าข้าวไวต่อช่วงแสงในประเทศไทยมักจะออกดอกในเดือนที่มีความยาวของกลางวันประมาณ 11 ชั่วโมง 40 นาที หรือสั้นกว่านี้ ดังนั้นข้าวที่ออกดอกได้ในเดือนที่มีความยาวของกลางวัน 11 ชั่วโมง 40-50 นาที จึงได้ชื่อว่าเป็นข้าวที่มีความไวน้อยต่อช่วงแสง (Less Sensitive to Photoperiod) และพันธุ์ที่ออกดอกเฉพาะในเดือนที่มีความยาวของกลางวันประมาณ 11 ชั่วโมง 10-20 นาที ก็ได้ชื่อว่าเป็นพันธุ์ที่มีความไวมากต่อช่วงแสง (Strongly Sensitive to Photoperiod) พันธุ์ข้าวในประเทศไทยที่เป็นพันธุ์พื้นเมือง ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ที่มีความไวต่อช่วงแสง
ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง
เป็นข้าวที่ออกดอกเมื่อต้นข้าวมีระยะเวลาการเจริญเติบโตครบตามกำหนด โดยไม่ขึ้นกับความยาวของกลางวัน ฉะนั้นพันธุ์ข้าว ไม่ไวต่อช่วงแสงจึงใช้ปลูกและให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี
กลับด้านบน
3. ธัญพืชเมืองหนาว
ข้าวสาลี
ข้าวสาลีเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่ชอบอากาศหนาว สามารถปลูกได้ในฤดูหนาวของภาคเหนือ ทั้งในที่ราบลุ่มและที่ราบสูง ทั้งในสภาพไร่และสภาพนาอาศัยน้ำชลประทาน หรือบางทัองที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูก ข้าวสาลีในประเทศไทยคือ ตอนปลายฤดูฝน (ในระยะกลางเดือนตุลาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายน แล้วแต่พื้นที่) โดยอาศัยความชื้น ในช่วงปลายฤดูฝนก็เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต จนกระทั่งเก็บเกี่ยว (ในเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม) เพราะข้าวสาลี ไม่ต้องการน้ำมากนัก แต่จำเป็นต้องปลูกให้เร็วที่สุดหลังจากฤดูฝนสิ้นสุดลง และสามารถเตรียมแปลงปลูกได้ ข้าวสาลีอาจใช้ปลูกเป็นพืชตามหลังข้าวนาปีได้ แต่ข้าวสาลีไม่เหมาะที่จะปลูกในสภาพดินที่เป็นกรดจัดหรือดินเหนียว

แป้งข้าวสาลี สามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น ขนมเค้ก ขนมปัง คุกกี้ บะหมี่ ปาท่องโก๋ เกี๊ยว โรตี ซาลาเปา ขนมเปี๊ยะ เป็นต้น

ข้าวบาร์เลย์
ข้าวบาร์เลย์ เป็นธัญพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชอบอากาศหนาว ระยะเวลาปลูกที่เหมาะสมที่สุด อยู่ระหว่างช่วงวันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน ส่วนประกอบหลักของเมล็ดข้าวบาร์เลย์คือ แป้ง โปรตีน และเยื่อใย ข้าวบาร์เลย์เป็นธัญพืชที่เหมาะสำหรับทำเบียร์ ข้าวบาร์เลย์ที่มีโปรตีนสูงไม่เหมาะในการทำมอลท์เพื่อผลิตเบียร์ แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง ย่อยง่าย เหมาะสำหรับทำอาหารเด็กอ่อน และอาหารเพื่อสุขภาพ
กลับด้านบน
4. ข้าวเฉพาะถิ่น
ข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่นิยมปลูกในบางพื้นที่เนื่องจากมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่นั้นๆ และมีคุณลักษณะ อยู่ในความต้องการของตลาดและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคบางกลุ่ม
กลับด้านบน
5. ข้าวที่สูง
ข้าวที่สูงมีทั้งข้าวที่ปลูกในสภาพนาและสภาพไร่ กล่าวคือ การปลูกในสภาพนาที่มีน้ำขัง จะมีการทำคันนาเพื่อกักเก็บน้ำคล้ายกับการทำนาในพื้นที่ราบทั่วไป ๆ เพียงแต่จะมีกระทงนาขนาดเล็กเนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา มีเนื้อที่ไม่กว้างมากนัก และการข้าวปลูกในสภาพไร่ เป็นการปลูกในที่ดอนหรือในสภาพไร่ บริเวณไหล่เขา ไม่มีน้ำขัง ไม่มีการทำคันนาเพื่อกักเก็บน้ำ พันธุ์ข้าวที่สูงที่เกษตรกรปลูกมีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว โดยทั่วไปชุมชนบนพื้นที่สูงมักจะปลูกข้าวเจ้าเพื่อบริโภคเป็นอาหารหลัก และปลูกข้าวเหนียวเพื่อทำพิธีกรรมและแปรรูป พันธุ์ข้าวปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ข้าวที่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้เฉพาะนาปี การออกดอกของข้าวไวต่อช่วงแสงจะออกดอกในเดือนที่มีความยาวของกลางวันสั้น โดยปกติถือว่าความยาวของกลางวันเท่ากับกลางคืน คือ 12 ชั่วโมง ฉะนั้น หากกลางวันมีความยาวน้อยกว่า 12 ชั่วโมง ถือว่าเป็นวันสั้น กลางวันที่มีความยาวมากกว่า 12 ชั่วโมง ถือว่าเป็นวันยาว มีส่วนน้อยที่พันธุ์ข้าวที่สูงมีลักษณะไม่ไวต่อช่วงแสง สำหรับพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง การออกดอกของข้าวไม่ขึ้นอยู่กับความยาวของกลางวัน เมื่อต้นข้าวมีเวลาการเจริญเติบโตครบตามกำหนด ต้นข้าวจะออกดอก ไม่ว่าเดือนนั้นจะมีกลางวันสั้นหรือยาว ซึ่งสามารถปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปรัง

พันธุ์ข้าวที่เกษตรกรนิยมปลูกโดยทั่วไป เป็นพันธุ์พื้นเมืองมีหลายพันธุ์ พันธุ์ที่ปลูกในสภาพนาเช่น พันธุ์บือโปะโละ บือพะทอ บือม้ง บือกวา น้ำรู ขามเหนี่ย บือพะโด่ะ เป็นต้น ในสภาพไร่ เช่น พันธุ์เจ้าลีซอ เจ้าฮ่อ น้ำรู ขาวโป่งไคร้ เป็นต้น เกษตรกรมักปลูกข้าวหลากหลายพันธุ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสียหายของผลผลิตจากศัตรูพืชต่าง ๆ เช่น นก หนู โรค และแมลงศัตรูข้าว โดยพันธุ์ข้าวที่ปลูกจะแตกต่างจากพันธุ์ข้าวที่ปลูกบริเวณพื้นราบทั่ว ๆ ไป เนื่องจากนิเวศน์ของพื้นที่หรือสภาพแวดล้อมเฉพาะ เนื่องมาจากระดับความสูงของพื้นที่ สภาพอากาศซึ่งแตกต่างกันออกไป

กลับด้านบน
ที่มา :
- องค์ความรู้เรื่องข้าว กรมการข้าว

Powered by WordPress | Designed by: suv | Thanks to trucks, infiniti suv and toyota suv